top of page
  • JFIN Team

ข้อแตกต่างระหว่าง Proof of Work vs Proof of Stake

วันนี้เราจะมาอธิบายข้อดีและข้อเสียว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง




Proof of Work หรือ POW คือ กลไกของการทำงานด้วยเครื่องมือในการแก้โจทย์ที่ระบบกำหนดมาเพื่อหาค่าสมการที่ถูกต้อง และเมื่อแก้สมการได้แล้ว ก็จะทำการเข้ารหัสข้อมูลในบล็อกเป็นการยืนยันการทำธุรกรรมและจึงได้รับผลตอบแทนกลับมา


ข้อดีของ POW


การดูแลข้อมูลภายในเครือข่ายมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากมีจำนวน Node มาก ทำให้ข้อมูลกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ได้มากขึ้น ส่งผลให้การแก้ไขหรือปลอมแปลงข้อมูลเป็นไปได้ยาก โดยปัจจุบันเครือข่ายบล็อกเชนจำนวนมากได้ประยุกต์ใช้การทำงานแบบ PoW เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ทุกประเภท เช่น อีเมลที่อาจเป็นอันตรายหรือสแปมต่าง ๆ


ข้อเสียของ POW


  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการขุด กินพลังงานไฟฟ้าสูง ทำให้ส่งผลกระทบไปถึงสภาพแวดล้อม เนื่องจากระบบ POW จะอาศัยนักขุดเป็นคนยืนยันในการทำธุรกรรม โดยนักขุดเหล่านี้จะใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในการประมวลข้อมูลธุรกรรม ซึ่งจำเป็นต้องใช้พลังงานและเวลาเป็นอย่างมากในการตรวจสอบ

  • ปัญหาการปรับขนาด เนื่องจาการทำงานแบบ POW ไม่สามารถใช้งานในโลกแห่งความจริงที่มีการโอนเงินต่อวินาทีเป็นพัน ๆ ครั้งได้


Proof of Stake หรือ POS คือ การคำนวณระหว่างจำนวนเหรียญที่ฝากกับเวลาที่ฝาก เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการยืนยันธุรกรรม โดยจะเรียกว่า การ Stake โดยกลไกการทำงานจะเป็นการสุ่มเลือกผู้ตรวจสอบและจะสุ่มมอบสิทธิในการยืนยันธุรกรรมให้ผู้ใช้เพียงคนเดียวต่อหนึ่ง Block


ข้อดีของ POS


  • มีประสิทธิภาพในการทำงานธุรกรรมได้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของความรวดเร็วและความสามารถในการปรับขนาดของเครือข่ายได้เป็นอย่างดี สิ่งนี้ทำให้ PoS สมบูรณ์แบบสำหรับบล็อคเชนที่ต้องการใช้เป็นระบบการชำระเงินรายย่อย ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบธุรกรรมจำนวนมากต่อวินาที

  • แก้ปัญหาของการใช้พลังงาน และลดการสิ้นเปลืองอุปกรณ์ เนื่องจากการทำงานแบบ POS ใช้หลักในการ staking เป็นตัวแทนของ Validator Node เท่านั้น อีกทั้งยังสามารถประหยัดต้นทุน ไม่ต้องเสียเงินไปซื้ออุปกรณ์สำหรับการขุด

  • มีความปลอดภัยค่อนข้างมาก โดยในทางทฤษฎีการจะโจมตีเครือข่ายนั้นจะต้องมีกำลังในการประมวลผลมากกว่า 51% ของทั้งเครือข่าย จึงเป็นไปได้ยากมากเพราะเครือข่ายของบล็อกเชนใหญ่เกินกว่าที่ใครจะเข้ามาแฮ็กไปได้ง่าย ๆ

  • ช่วยเพิ่มการกระจายอำนาจและทำให้การเข้าถึงเครือข่ายได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น เนื่องจาก ได้อย่างทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในเครือข่ายได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดของทางเครือข่ายนั้น ๆ


ข้อเสียของ POS


  • ผู้ที่มีเหรียญจำนวนมากจะมีสิทธิ์ในการรับเหรียญเหล่านั้นจากการตรวจสอบธุรกรรมมากขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนดอกเบื้ยของธนาคาร แต่ถ้าผู้มีจำนวนเหรียญน้อย ก็อาจจะได้รับเหรียญที่น้อยลงไปอาจทำให้เกิดเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบ และการกระจายเหรียญเพื่อนำไปใช้จ่ายได้จริงตามแนวคิดทดแทนเงิน Fiat ก็จะถูกทดแทนไปได้

  • มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน เนื่องจากการโจมตีที่เป็นอันตราย ด้วยระบบ PoS ต้องการให้พอร์ตโฟลิโอของผู้ใช้เปิดอยู่เสมอและเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต สิ่งนี้สร้างปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจทำให้แฮ็กเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อขโมยเงินจากกระเป๋าเงินได้


ความแตกต่างของทั้ง 2 ระบบ คงไขข้อข้องใจของหลาย ๆ คนเกี่ยวกับ Proof of Work และ Proof of Stake ได้ไม่มากก็น้อย นี่เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเหรียญใหม่หลาย ๆ เหรียญที่ออกมาสู่ตลาดไม่ค่อยมีระบบ Proof of Work กันออกมา


สำหรับการทำงานของเครือข่าย JFIN Chain เองได้รองรับการทำงานอยู่บนระบบ POS ทำให้สามารถทำธุรกรรมบนเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการ Stake บนเครือข่ายของ JFIN Chain ที่ผู้ใช้งานจะได้รับผลตอบแทน โดยความพิเศษของเลย คือ สามารถฝากหรือถอนเหรียญได้ตลอดเวลา

Comentários


bottom of page