Image by Sebastian Svenson

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด

หลักการและเหตุผล

บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า“บริษัท” คำนึงถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ใช้บริการ” ไว้วางใจเปิดเผยแก่บริษัทเป็นอย่างยิ่ง

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นนโยบายที่บริษัทยึดถืออย่างเข้มงวดในการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้บริการเชื่อมั่นถึงความเป็นส่วนตัวในการเก็บใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนและเพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบกับเพื่อให้ผู้ใช้บริการรับรู้และเข้าใจถึงแนวนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประกอบไปด้วย 9 หมวด ดังนี้

หมวด 1 คำนิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงการระบุเฉพาะชื่อตำแหน่งสถานที่ทำงานหรือที่อยู่ทางธุรกิจและข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์  ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ บริษัทอาจต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลจำลองม่านตา ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการที่ขอสมัคร และ/หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางต่างๆ   

       

“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดำเนินการใดๆของบริษัทต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ารวมถึง การเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และการลบข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”  หมายความว่า บริษัทเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกคน จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการประมวลผลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการหรือเปิดเผยข้อมูล เพื่อดำเนินการตามคำขอ ซึ่งอาจรวมถึง การส่งเสริมการขาย การทำการตลาด แล้วแต่กรณี โดยมีวัตถุประสงค์  ขอบเขต  และวิธีการใช้ตามที่กฎหมายกำหนด

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บริษัททำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามวัตถุประสงค์  ขอบเขต  และวิธีการใช้ตามที่กฎหมายกำหนด

 

“ฐานข้อมูลลูกค้า” หมายความว่า ชุดข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่ลูกค้าได้ให้ไว้แก่บริษัทและบริษัทได้เก็บไว้เพื่อประโยชน์แก่การให้บริการ

“บริษัท” หมายความว่า J Ventures Co., Ltd บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด

“เครือข่ายทางสังคม” หมายความว่า บริการรับ และส่งข้อมูลสาธารณะ เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ ทวิตเตอร์ ฯลฯ เป็นต้น ที่บริษัทสนับสนุนอยู่

หมวด 2 ข้อตกลงแสดงความยินยอมของผู้ใช้บริการ

บริษัทอาจเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการเอาไว้หลากหลายรูปแบบซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการตามแนวนโยบายที่ได้กล่าวไว้นี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” คือข้อมูลที่ทำให้บุคคลอื่นๆ สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการ หรือติดต่อผู้ใช้บริการได้ ยกตัวอย่างเช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกันกับข้อมูลที่ไม่เป็นสาธารณะที่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการซึ่งผู้ใช้บริการเกี่ยวเนื่องด้วยหรือเชื่อมโยงกับข้อมูลก่อนหน้าใดๆ บริษัทจะดำเนินการต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความจำเป็นในการจัดหาบริการแก่ผู้ใช้บริการเท่านั้น

บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในกรณีดังต่อไปนี้

• เมื่อผู้ใช้บริการได้แสดงความยินยอม

• เมื่อมีความจำเป็นในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ

• เมื่อมีความจำเป็นในการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของผู้ใช้บริการ

• เมื่อมีความจำเป็นในการรักษาบัญชีผู้ใช้ ของผู้ใช้บริการเอาไว้กับบริษัท และ

• เมื่อมีเหตุจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายและหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ของบริษัท

ในกรณีตาม (หมวด 2) ข้างต้น ผู้ใช้บริการสามารถถอนความยินยอม ณ เวลาใดๆ โดยการแสดงเจตนาดังที่กล่าวไว้ การถอนความยินยอมจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมของการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ก่อนมีการถอนความยินยอมนั้นหากผู้ใช้บริการไม่เห็นด้วยกับการที่ทางบริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามกฎเกณฑ์ของนโยบายฉบับนี้ผู้ใช้บริการสามารถไม่ใช้บริการกับบริษัทได้

นอกจากนี้ บริษัทอาจส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกดำเนินการในฐาน “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” โดยดำเนินการในนามของบริษัท

 

หมวด 3 กระบวนการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

3.1 ประเภทข้อมูลที่ผู้ใช้บริการได้ให้ไว้กับบริษัทโดยการทั่วไปบริษัทจะได้รับข้อมูลจากการส่งข้อมูลกรอกใบสมัครของผู้ใช้บริการในระหว่างที่ผู้ใช้บริการเป็นลูกค้าของบริษัท ซึ่งบริษัทได้เก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการเอาไว้เมื่อผู้ใช้บริการทำการลงทะเบียนหรือสมัครรับบริการใดบริการหนึ่งของบริษัทการส่งคำสั่งการเข้าถึงและการใช้บริการออนไลน์ของบริษัทหรือแม้กระทั่งการคลิกเข้าไปยังลิงค์ของบริษัทที่ปรากฎบนหน้าโฆษณาใดๆ ของบริษัท การขอความช่วยเหลือด้านข้อมูล หรืองานบริการลูกค้า การตอบกลับหลังจากใช้บริการ หรือแม้แต่การตอบแบบสอบถามโดยอาจเป็นเงื่อนไขที่ผู้ใช้บริการจะต้องให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการแก่บริษัทเพื่อที่บริษัทจะสามารถจัดการธุรกิจและการดจำเนินงานของบริษัท เพื่อการรักษาสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทและตัวผู้ใช้บริการเพื่อจัดหาสินค้าและบริการที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้บริการโดยคำนึงถึงกฎหมายและกฎเกณฑ์ของทางบริษัท หากผู้ใช้บริการไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการสินค้าหรือบริการแก่ผู้ใช้บริการต่อไป

3.2 ประเภทข้อมูลที่บริษัทได้รับจากทางอื่น ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นสาธารณะ หรือที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น จากบริษัท ตัวแทนอ้างอิงทางเครดิต หรือสื่อสังคมออนไลน์ บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ของผู้ใช้บริการจากบริษัทต่างๆ ที่ได้ให้บริการโดยมีผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อสินค้า หรือเว็บไซต์ส่วนบุคคลซึ่งเสนอสินค้า และ/หรือบริการของบริษัทนั้นๆร่วมกันกับบริษัทบริษัทบุคคลที่สามเหล่านี้ มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการแก่บริษัทได้ บริษัทอาจเพิ่มข้อมูลนี้ไปยังฐานข้อมูลที่บริษัทมีอยู่แล้วจากเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อเป็นการพัฒนาการให้บริการ

3.3 ประเภทข้อมูลจากเว็บไซต์ในการที่เข้าถึงคุณลักษณะและทางเลือกการใช้งานอย่างหนึ่งอย่างใดได้นั้นผู้ใช้บริการอาจจำต้องเข้าใช้บริการโดยลงชื่อเข้าใช้งานผ่าน เฟสบุ๊ค หรือเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมอื่นๆ โดยการลงชื่อเข้าใช้งานดังกล่าว จะถือว่าผู้ใช้บริการได้อนุญาตให้บริการต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการ และผู้ใช้บริการได้ตอบตกลงการขอรับการบริการในข้อตกลงการใช้งานของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม หากผู้ใช้บริการไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งานการบริการ และกดปุ่ม “ลงทะเบียน” หรือ “ลงชื่อเข้าใช้” ผ่านเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมที่บริษัทสนับสนุนอยู่ผู้ใช้บริการจะถูกสอบถามให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลโดยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นจะถูกจัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของเครือข่ายทางสังคมทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถตัดสินใจลงทะเบียนใช้งานบริการหรือไม่ก็ได้ในกรณีนี้บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจากเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการในการสร้างบัญชีผู้ใช้ขึ้นจากเว็บไซต์และเพื่อแสดงเนื้อหาสาระของบริษัทจากเพื่อนในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมของผู้ใช้บริการเองข้อมูลใดๆก็ตามของผู้ใช้บริการที่บริษัทดำเนินการจัดเก็บจากบัญชีเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมอาจขึ้นอยู่กับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการต่อเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมนั้นๆ ซึ่งบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่มีความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่ให้ไว้แก่เว็บไซด์เครือข่ายทางสังคมนั้น ๆ ดังนั้นกรุณาศึกษาแนวปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัว และข้อมูลของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมโดยละเอียด

3.4 ข้อมูลอื่นๆ ที่จัดเก็บโดยเทคโนโลยีบริษัทอาจใช้คุกกี้(“คุกกี้”) เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้นคุกกี้คือชิ้นส่วนของข้อมูลขนาดเล็กซึ่งเว็บไซต์ต่างๆ ส่งเข้ามายังฮาร์ดไดร์ฟของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการในขณะที่ผู้ใช้บริการกำลังเปิดดูเว็บไซต์อยู่ บริษัทอาจใช้คุกกี้ทั้งสองช่วง(ซึ่งจะหมดอายุทันทีที่ผู้ใช้บริการปิดโปรแกรมท่องเว็บ) และคุกกี้คงสภาพต่างๆ (ซึ่งจะคงอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการตราบจนกว่าผู้ใช้บริการจะลบออกไป) เพื่อให้การบริการประสบการณ์เฉพาะบุคคล และเชิงตอบสนองซึ่งกันและกันได้ให้แก่ผู้ใช้บริการบนเว็บไซต์ต่างๆของบริษัทข้อมูลชนิดนี้จะถูกเก็บรวบรวมเพื่อทาให้เว็บไซต์ทั้งหลายของบริษัทสมประโยชน์ต่อการใช้งานมากขึ้นหากผู้ใช้บริการต้องการปิดการใช้งานคุกกี้ผู้ใช้บริการสามารถตั้งค่าได้ที่โปรแกรมท่องเว็บของผู้ใช้บริการเพื่อปฏิเสธหรือปิดกั้นคุกกี้หล่านั้นได้อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้บริการทำการปฏิเสธหรือปิดกั้นเช่นนั้นแล้วผู้ใช้บริการอาจไม่สามารถเปิดการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทได้อย่างเต็มรูปแบบ

หมวด 4 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลชนิดต่างๆขอบเขตการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อ   

  • เพื่อยืนยันตัวตนสำหรับการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการของผู้ใช้บริการ

  • เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเช่นการตอบคำถามและคำร้องเรียนต่าง ๆ

  • เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน

  • เพื่อตรวจจับและป้องกันการทุจริตต่อผู้ใช้บริการและต่อบริษัทเอง

เบอร์โทรศัพท์

  • เพื่อใช้สำหรับการติดต่อ

  • เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเช่นการตอบคำถามหรือข้อร้องเรียนต่างๆของผู้ใช้บริการ

  • เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน

ที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์

  • เพื่อใช้สำหรับการติดต่อ

  • เพื่อใช้ในการติดต่อกับผู้ใช้บริการเกี่ยวกับบัญชีของผู้ใช้บริการที่มีอยู่กับบริษัทเช่นการยืนยันการลงทะเบียนเปิดบัญชีใหม่

  • เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเช่นการตอบคำถามหรือข้อร้องเรียนต่างๆของผู้ใช้บริการ

  • เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน

ที่อยู่จดหมายและประเทศ

  • เพื่อการจัดส่งใบยืนยันการซื้อสินค้าหรือบริการ/เอกสารการชำระราคา/ใบกจำกับภาษี

  • เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเช่นการตอบคาถามหรือข้อร้องเรียนต่างๆของผู้ใช้บริการ

  • เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน

  • เพื่อตรวจจับและป้องกันการทุจริตต่อผู้ใช้บริการและต่อบริษัทเอง

วัน/เดือน/ปีที่เกิด

  • เพื่อยืนยันอายุของผู้ใช้บริการ

  • เพื่อตรวจจับและป้องกันการทุจริตต่อผู้ใช้บริการและต่อบริษัทเอง

ประวัติการซื้อสินค้า

  • เพื่อเก็บเป็นหลักฐานแสดงการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากบริษัท

  • เพื่อตรวจจับและป้องกันการทุจริตต่อผู้ใช้บริการและต่อบริษัทเอง

 

หมวด 5 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้บริษัทติดต่อสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการใช้บริการของผู้ใช้บริการกับบริษัท และยินยอมให้บริษัทส่ง โอน ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้สอบบัญชีผู้ตรวจสอบภายนอกของบริษัท สถาบันการเงิน หน่วยงานราชการมีอำนาจตามกฎหมาย และ/หรือ เพื่อตรวจสอบรายการธุรกรรมที่อาจจะเกิดการทุจริต และ/หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ต้องห้ามโดยกฎหมาย และ/หรือ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบของประเทศใด ๆ ที่ใช้บังคับกับบริษัท และ/หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ จำเป็น กับการบริการของบริษัท

5.2 ผู้ใช้บริการยอมรับว่าบันทึกหลักฐานหรือเอกสารใดๆที่บริษัทได้จัดทำขึ้นเนื่องจากการใช้บริการของผู้ใช้บริการมีความถูกต้องโดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบหรือลงลายมือชื่อก่อนแต่อย่างใดและสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์มูลหนี้การหักเงินการโอนเงิน และ/หรือการใช้บริการใด ๆ ได้โดยชอบ แม้ว่าข้อมูลนั้นจะเก็บรักษาและ/หรือรวบรวมไว้ในรูปแบบของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตามทั้งนี้ผู้ใช้บริการมีสิทธิที่จะได้รับเอกสารหลักฐานประกอบการทำรายการของผู้ใช้บริการ

5.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการยอมรับและตกลงที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ และรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการเรียกชำระเงินและการให้และรับบริการอำนวยความสะดวกจากบริษัทและผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดยสมัครใจอันรวมถึงลูกจ้างและ/หรือตัวแทนของผู้ให้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการของแอพพลิเคชั่นและการให้บริการอำนวยความสะดวกในการนี้บริษัท จะให้ผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเข้าทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท ก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ผู้ให้บริการต้องดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้สอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทตามที่ได้แจ้งไว้ต่อผู้ใช้บริการ และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานของบริษัท

5.4 กฎหมายที่ใช้บังคับข้อตกลงและเงื่อนไขนี้จะต้องถูกตีความและควบคุมโดยกฎหมายที่บังคับใช้ในราชอาณาจักรไทย

5.5 ความสมบูรณ์ของข้อตกลงและเงื่อนไขหากข้อกำหนดเงื่อนไขหรือข้อตกลงใดๆในนโยบายฉบับนี้ตกเป็นโมฆะไม่สมบูรณ์ขัดต่อกฎหมายหรือใช้บังคับไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆให้ข้อกำหนดเงื่อนไขหรือข้อตกลงที่เป็นโมฆะไม่สมบูรณ์ขัดต่อกฎหมายหรือใช้บังคับไม่ได้นั้นแยกต่างหากจากข้อกำหนด เงื่อนไข หรือข้อตกลงส่วนที่สมบูรณ์และให้ข้อกำหนดเงื่อนไขหรือข้อตกลงส่วนที่สมบูรณ์นั้นใช้บังคับได้ต่อไป

5.6 บริษัทอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า การที่ผู้ใช้บริการใช้บริการต่อไป ถือว่าผู้ใช้ได้ให้การยอมรับที่มีผลสมบูรณ์และเพิกถอนมิได้ต่อข้อกำหนดและเงื่อนไขฯที่แก้ไขหรือเพิ่มเติมแล้วผู้ใช้บริการควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ เป็นประจำระหว่างการใช้บริการ เนื่องจากอาจไม่มีการแจ้งเตือนแยกต่างหากเกี่ยวกับการแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ดังกล่าวทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการรวมถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง

หมวด 6 ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง

หากผู้ใช้บริการได้เปิดการใช้งานบริการด้านตำแหน่งที่ตั้งบนโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการ บริษัทอาจจะเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้บริการเพื่อทำให้แผนที่นั้นสามารถเปิดการใช้งานได้แก่ผู้รับสารจากผู้ใช้บริการโดยจะแสดงตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้บริการแก่ผู้รับสารหากผู้ใช้บริการไม่ต้องการให้ข้อมูลนี้ถูกจัดเก็บผู้ใช้บริการสามารถปิดการใช้งานบริการด้านข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งได้ในแถบตั้งค่าของโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการ

หมวด 7 ระยะเวลาการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้เพียงเท่าที่ผู้ใช้บริการมีบัญชีผู้ใช้กับบริษัท หรือนานเท่าที่บริษัทจำเป็นต้องให้บริการแก่ผู้ใช้บริการหากมีเหตุผลอันสมควรเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือความจำเป็นเชิงนโยบายภายใน บริษัทอาจทำการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเอาไว้

หมวด 8 ความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องและดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจะใช้และรักษาวิธีการดำเนินการที่เหมาะสมทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงองค์กร เพื่อรับประกันระดับความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากอุบัติเหตุ หรือการถูกทำลายที่ไม่ได้รับอนุญาต การสูญหาย การเปลี่ยนแปลง การเปิดเผย หรือการเข้าถึง อย่างไรก็ตามไม่มีการถ่ายเทข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตใดที่จะปลอดภัยโดยสมบูรณ์ หากผู้ใช้บริการมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าการตอบโต้ของผู้ใช้บริการต่อบริษัทไม่ปลอดภัยอีกต่อไป (ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้บริการรู้สึกว่าความปลอดภัยของบัญชีใดๆ ที่ผู้ใช้บริการมีกับบริษัทอาจได้รับอันตราย) โปรดแจ้งให้บริษัททราบถึงปัญหาดังกล่าวทันที โดยสามารถทจำการติดต่อบริษัทโดยใช้ข้อมูลด้านล่างหมวด 10 สิทธิและทางเลือกของผู้ใช้บริการต่อข้อมูลส่วนบุคคล

8.1 ภายใต้สถานการณ์ต่างๆนั้นผู้ใช้บริการได้กระทำตามสิทธิของผู้ใช้บริการโดยเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการของบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

  • สิทธิที่จะได้รับการยืนยันว่าตามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเสริมอื่น ๆของผู้ใช้บริการกำลังถูกดำเนินการและได้รับการประเมิน

  • สิทธิที่จะได้รับการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

  • สิทธิที่จะลบข้อมูลส่วนบุคคลและยับยั้งการดำเนินการใดๆเกี่ยวกับข้อมูลนั้น

  • สิทธิที่จะจำกัดการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล

  • สิทธิที่จะเคลื่อนย้ายข้อมูล

  • สิทธิที่จะคัดค้านการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

  • สิทธิที่จะขอยกเลิกการใช้บริการการสื่อสารและการตลาดทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

 

8.2 หากผู้ใช้บริการปรารถนาที่จะใช้สิทธิใด ๆ โปรดติดต่อบริษัทโดยใช้ข้อมูลติดต่อที่จัดไว้ให้ด้านล่าง บริษัทอาจขอให้ผู้ใช้บริการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนโดยการมอบสำเนาเอกสาร หรือหลักฐานการระบุตัวตนที่ถูกต้อง เพื่อที่บริษัทจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของบริษัท และป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต

 

8.3 หากผู้ใช้บริการไม่ปรารถนาที่จะยอมรับคุกกี้จากบริการของบริษัทสาหรับวัตถุประสงค์ใดๆที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นผู้ใช้บริการสามารถควบคุมโปรแกรมท่องเว็บของผู้ใช้บริการโดยทาการเปลี่ยนแปลงในแถบการตั้งค่าเพื่อหยุดการยอมรับคุกกี้หรือเพื่อเตือนผู้ใช้บริการก่อนการตกลงยอมรับคุกกี้จากเว็บไซต์ที่ผู้ใช้บริการเข้าไปเยี่ยมชม โปรดศึกษาข้อมูลเชิงเทคนิคของโปรแกรมท่องเว็บของผู้ใช้บริการอย่างไรก็ดีหากผู้ใช้บริการไม่ยอมรับคุกกี้ผู้ใช้บริการอาจไม่สามารถใช้ตัวเลือกการให้บริการที่บริษัทจัดให้ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทุกๆส่วนหากผู้ใช้บริการมีคำถามเกี่ยวกับการยกเลิกหรือดัดแปลงคุกกี้โปรดติดต่อบริษัทตามข้อมูลติดต่อที่จัดไว้ให้ด้านล่าง

 

8.4 ผู้ใช้บริการสามารถหยุดการเก็บข้อมูลทั้งหมดโดยแอพพลิเคชั่นต่างๆได้โดยการถอนการติดตั้งแอพพลิเคชั่นผู้ใช้บริการอาจใช้การถอนการติดตั้งแบบมาตรฐานที่มีติดมาให้พร้อมกับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการหรือผ่านตลาดแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์หรือเครือข่ายเพื่อให้การบริการเป็นโฆษณาในแอพพลิเคชั่นของบริษัทที่ซึ่งเทคโนโลยีคุกกี้ไม่สามารถใช้งานได้ทางบริษัทอาจนำข้อมูลระบุอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งผู้ใช้บริการอาจเลือกที่จะตั้งค่าเริ่มต้นหรือยกเลิก

 

หมวด 9 วิธีการติดต่อบริษัท

สถานที่ติดต่อ : 191 อาคารเจมาร์ท ถนนรามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

Email address เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล DPO@jventures.co.th